รีวิว Dyson Pure Cool Me – พัดลมกรองอากาศส่วนตัว ราคาดีไหม เหมาะกับใครบ้าง

Vantage. เคยพาไปยลโฉม 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Dyson ที่งานเปิดตัวในประเทศสิงคโปร์มาแล้ว คราวนี้เรามีโอกาสได้ทดลองใช้งาน Pure Cool Me พัดลมกรองอากาศส่วนตัว ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ Dyson ไม่เคยมีมาก่อน!

หลายๆ คนคงสงสัยว่า Pure Cool Me แตกต่างจากเครื่องกรองอากาศ Dyson Pure Cool หรือพัดลมทั่วไปอย่างไร มีอะไรน่าสนใจบ้าง ราคาคุ้มค่าไหม เรารีวิวรายละเอียดและวิธีการใช้งานมาให้แล้ว

ไม่อยากอยู่ในห้องแอร์ทั้งวัน แต่พัดลมก็ไม่ตอบโจทย์

ส่วนตัวเราเป็นโรคภูมิแพ้ เวลาอากาศเปลี่ยนจะป่วยง่ายทันที แถมยังเป็นคนขี้ร้อนอีกด้วย ก็ชอบอยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำๆ แต่พอนั่งไปสักพักหรือลมเป่าลงหัวเมื่อไรภูมิแพ้ก็จะถามหาทันที ถามว่าแล้วทำไมไม่เปิดพัดลมแทน คำตอบคือเราเป็นคนโดนพัดลมตรงๆ แล้วจะเป็นหวัด ต้องเปิดพัดลมอยู่ไกลๆ และหันไปในทิศทางอื่น แต่กลายเป็นว่าร้อนไปอีก

ขออนุญาตออกตัวก่อนว่าเราเคยใช้เครื่องกรองอากาศไร้ใบพัดของ Dyson และทึ่งกับนวัตกรรมของเขาอยู่แล้ว เรา (และเชื่อว่าคนอีกจำนวนไม่น้อย) เลยสงสัยเหมือนกันว่าต่างกับ Pure Cool Me อย่างไร

ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ วิศวกรอธิบายว่า Pure Cool Me ใช้เทคโนโลยี Core Flow เปลี่ยนวิถีการปล่อยอากาศไปยังพื้นที่ส่วนตัว อาศัยหลักการของกระแสลมจาก 2 ฝั่งไหลมาบรรจบกัน ซึ่งต้องมาบรรจบกันบนพื้นผิวนูนเท่านั้นด้วยนะ ถึงจะเปลี่ยนเป็นลมที่แรงและพัดไปยังพื้นที่เฉพาะจุดตามที่เราต้องการได้ ซึ่งวิศวกร Dyson เขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากลักษณะอากาศพลศาสตร์ของเครื่องบิน Harrier Jump Jet

ถ้าอ่านแล้วยังงงอยู่ เราอาสาอธิบายในเวอร์ชันที่ง่ายกว่านั้น

  • เทคโนโลยี Core Flow จะพากระแสลมจาก 2 ฝั่งมาเจอกัน แล้วปล่อยอากาศพุ่งตรงไปยังพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง โดยใช้รีโมทคอนโทรลควบคุม 
  • ปรับความแรงและทิศทางให้หมุนส่ายไปมา หรืออยู่กับที่ก็ได้ตามปกติ 
  • ที่ชอบเป็นพิเศษ คือ ด้านบนของเครื่องจะเป็นรูปทรงโดมกลมๆ เราสามารถใช้มือปรับเลื่อนขึ้น-ลงให้ลมพัดไปด้านบนหรือล่างก็ได้ เท่านี้คนเป็นภูมิแพ้แบบเราก็ไม่ต้องเจอลมตีหน้าแบบเต็มๆ แล้ว

เหมาะกับคนที่ชอบอยู่บ้านหรือสิงอยู่ในออฟฟิศทั้งวัน

บางคนอาจจะคิดว่าในแต่ละวันเราเจอมลพิษแค่นอกบ้านหรือระหว่างเดินทาง แต่ทั้งในบ้านและออฟฟิศของเรานี่แหละเต็มไปด้วยฝุ่นละอองที่ไม่ได้รับเชิญ แต่พัดลมกรองอากาศรุ่นนี้ Dyson เขาเคลมว่ามีฟิลเตอร์กรองฝุ่นมลพิษ Hepa เหมือนกับเครื่องกรองอากาศรุ่นอื่น มีประสิทธิภาพด้านการดักจับก๊าซและมลพิษอนุภาคขนาดเล็กได้ดีไม่แพ้ เครื่องกรองอากาศรุ่นอื่น รวมไปถึงฝุ่นละอองจากเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องสำอาง เฟอร์นิเจอร์ และกลิ่นในครัวอีกด้วย

Pure Cool Me มีขนาดเล็กและตอบโจทย์การใช้งานส่วนบุคคล เราเลยรู้สึกว่าวางไว้บนพื้นใกล้ๆ โต๊ะทำงานก็ไม่รู้สึกเกะกะเทอะทะเกินไป (ขนาด 245 x 245 x 401 มม.) ใช้ในบ้านได้ทุกที่ เช่น โต๊ะข้างเตียงนอน มุมในห้องนั่งเล่น หรือโต๊ะทำงาน เราว่าได้ความเย็นกำลังดี ไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ ที่สำคัญเงียบในระดับที่พอดีทำให้เรามีสมาธิและโฟกัสกับงานได้ดี 

นอนยาก ขี้เกียจลุกขึ้นมาปิดพัดลมเอง ไม่เป็นไร

ใครมีปัญหานอนยากและขยาดเสียงรบกวนเป็นที่สุด เราแอบเชียร์เพราะพัดลมตัวนี้เงียบมาก ตอนนั้นวิศวกร Dyson เล่าให้เราฟังว่าข้างในเครื่องจะมีเม็ดโฟมที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดเสียงมอเตอร์ให้เงียบมากที่สุด แต่ไม่ถึงกับเงียบกริบซะทีเดียว เพราะใช้วิศวกรรมอะคูสติกเข้ามาช่วยออกแบบความดังของคลื่นเสียงในระดับที่ไม่รบกวนการนอนอีกด้วย

เจ้าเครื่องนี้ยังมีโหมด Sleep Timer ตั้งเวลาปิดเครื่องอัตโนมัติได้ตั้งแต่ 30 นาที – 8 ชั่วโมง (ถ้าเป็นพัดลมรุ่นเก่าจะตั้งเวลาเป็น ชั่วโมง) สมมติว่าเราเพิ่งเปิดแอร์ในห้องนอนตอนดึก ในห้องยังเต็มไปด้วยไอร้อนจากตอนกลางวัน ต้องใช้เวลาสักพักกว่าแอร์จะเย็นฉ่ำ ก็ตั้งเวลาปิดเครื่องพัดลมเอาไว้ล่วงหน้าสัก 30 นาที เท่านี้ก็นอนสบายโดยไม่ต้องตื่นขึ้นมาปิดกลางดึก

ข้อมูลและฟีเจอร์อื่นๆ

  • มี 3 สีให้เลือก คือ Silver/White, Gunmetal/Copper และ Black/Nickel
  • มีระบบเซ็นเซอร์แสงอัจฉริยะ (Intelligent Light Sensing) ช่วยวัดสภาวะแสงของสภาพแวดล้อม ถ้าระบบจับได้ว่าแสงในพื้นที่นั้นกำลังมืดลง เครื่องก็จะลดความสว่างของหน้าจอ LCD แบบเรียลไทม์โดยอัตโนมัติ
  • หน้าจอ LCD จะแสดงโหมดการใช้งาน ค่าความเร็วลม และระยะเวลาการใช้งานฟิลเตอร์

สรุปว่าซื้อดีไหม?

Pro

  • ราคา: ค่อนข้างแรงตามสไตล์ Dyson อยู่ที่ 13,900.00 บาท แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพและคุณสมบัติที่กล่าวมาทั้งหมด ก็จัดว่าคุ้มค่า
  • ดีไซน์: 9.5/10 แม้ตัวเครื่องจะโดดเด่นด้านการออกแบบเชิงวิศวกรรม แต่เราชอบงานออกแบบภายนอกที่เรียบ เท่ ดูคล้ายกับหุ่นยนต์ตัวเล็ก วางไว้ที่ไหนก็ดูลงตัว บอกลาพัดลมตัวเบ้อเร่อที่ต้องคอยลากไปเข็นมาได้เลย

  • ฟังก์ชัน: 8.5/10 
    • ปรับทิศทางลมเฉพาะจุดได้ง่าย หมุนส่ายได้ 70 องศา ที่สำคัญเงียบ
    • มีฟิลเตอร์ Hepa ดักจับมลพิษอนุภาคขนาดเล็กถึง 1.0 ไมครอน เอาไว้สู้ช่วงวิกฤตฝุ่นละออง กับใช้ในชีวิตประจำวัน น่าจะถูกใจคนเป็นโรคภูมิแพ้ได้ไม่ยาก
    • เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ส่วนตัว
    • โหมดนอนหลับ เลือกระยะเวลาสำหรับการตั้งปิดเครื่องอัตโนมัติได้นาน

Con

  • ค่อนข้างหนัก (2.8 กิโลกรัม)
  • ยังไม่รองรับการใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชัน รวมทั้งไม่มีระบบการสั่งงานด้วยเสียง (Voice-Control)


สำหรับแฟนๆ Dyson น่าจะชื่นชอบกันอยู่แล้ว เพราะผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ขึ้นชื่อเรื่องประสิทธิภาพการทำงานที่อาศัยหลักวิศวกรรมศาสตร์มาสร้างนวัตกรรมได้อย่างน่าทึ่ง และคนที่มองหาพัดลมปรับอากาศส่วนตัว ขนาดกำลังดี เอาไว้วางในห้องนอน ห้องเด็ก หรือโต๊ะทำงาน Pure Cool Me ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ

Comments