“อ่านได้ก็อ่านไป” แฟชันดีไซน์เนอร์โต้กลับระบบอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์

ดีไซน์เนอร์ออกแบบคอลเล็กชันเสื้อผ้าลวดลายป้ายทะเบียนรถยนต์เพื่อใช้ต่อสู้กับระบบอ่านป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติที่เจาะล้วงความเป็นส่วนตัว

เทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ระบบกล้องวงจรปิด ระบบรู้จำรูปภาพ ไปจนถึงระบบรู้จำและตรวจจับใบหน้าถูกนำมาใช้ในการสอดส่องติดตามประชาชนทั่วไปในพื้นที่สาธารณะ จนทำให้เกิดการต่อสู้โต้กลับในรูปแบบของการปกปิดตัวเอง อย่างเช่นเครื่องประดับดีไซน์ใหม่ที่ใช้สวมบนใบหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ระบบสามารถระบุตัวตนได้ และล่าสุดแฟชันเสื้อผ้าที่จะทำให้ระบบอ่านป้ายทะเบียนรถต้องสับสน

ใช้แฟชันต่อสู้เทคโนโลยี

Adversarial Fashion เสื้อผ้าต่อต้านระบบสอดส่องเป็นผลงานของ Kate Rose แฮ็กเกอร์และแฟชันดีไซน์เนอร์ซึ่งนำผลงานไปเปิดตัวครั้งแรกในงาน DefCon งานสัมมนาเกี่ยวกับความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ที่จัดขึ้นในลาส เวกัส ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอบอกว่าเธอได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพื่อนอีกคนหนึ่งที่เปรยขึ้นมาว่าระบบอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ (Automatic License Plate Reader: ALPR) ไม่ได้เก่งกาจอะไรขนาดนั้นหรอก บางทีก็เผลอไปอ่านรั้ว อ่านขยะนู่นนี่ เธอจึงคิดว่าถ้าระบบถูกแม้กระทั่งรั้วหลอกได้ เธอก็น่าจะสามารถทำได้เหมือนกัน

Photo courtesy Kate Rose.

เธอออกแบบลายเสื้อด้วยการหยิบคำภาษาอังกฤษที่อยู่ในมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกามาทำเป็นตัวพิมพ์หนา มาตรานี้ว่าด้วยเรื่องสิทธิของประชาชนที่จะได้รับการปกป้องจากการถูกตรวจค้นและยึดทรัพย์สินโดยไม่มีเหตุผล ซึ่งเป็นมาตราที่มักจะถูกนำมาใช้เพื่อต่อต้านการสอดส่องที่รัฐกระทำในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการที่ศาลสูงของสหรัฐฯ เคยตัดสินมาแล้วว่าตำรวจไม่สามารถซ่อน GPS แทร็กเกอร์ไว้กับรถของผู้ต้องสงสัยโดยไม่มีหมายศาลได้

ในมุมมองของระบบ ALPR มองว่าลายพิมพ์บนเสื้อคือชุดป้ายทะเบียนหลายแผ่นที่รวมเข้าด้วยกัน ระบบก็จะนำข้อมูลจากสิ่งที่เห็นใส่เข้าไปในฐานข้อมูลในรูปแบบเดียวกับที่ทำกับป้ายทะเบียนรถที่ติดบนตัวรถจริงๆ

ไม่ได้ทำเพื่อโกงระบบ

แม้ว่าเห็นแว้บแรกเราอาจจะเผลอนึกไปว่านี่คือวิธีแสนชาญฉลาดที่เราน่าจะหยิบมาใช้หลอกระบบอ่านป้ายทะเบียนของบ้านเราเพื่อไม่ให้ส่งใบปรับมาในกรณีที่เราขับรถผิดกฎหมายได้ แต่เจตนาที่แท้จริงของ Kate Rose คือการลดทอนประสิทธิภาพของระบบสอดส่องนี้และชะลอการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคการเก็บข้อมูลส่วนตัวอย่างเต็มรูปแบบ

เดรส Adversarial fashion ในการมองเห็นของระบบ ALPR/ Photograph: Kate Rose
เสื้อยืด Adversarial Fashion ในการมองเห็นของระบบ ALPR

เมื่อ ALPR เห็นเนื้อผ้าที่มีลวดลายเป็นป้ายทะเบียน ระบบก็จะใส่เลขป้ายทะเบียนปลอมเข้าไปในฐานข้อมูล ทำให้เกิดความรกของข้อมูล หากใส่ข้อมูลรบกวนแบบนี้เข้าไปมากพอก็จะทำให้ข้อมูลถูกหยิบไปใช้ติดตามโลเคชันของคนได้ยากขึ้น Rose บอกว่าลำพังการใส่เสื้อยืดเฉยๆ คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่ถ้าหากระบบถูกบังคับให้เก็บสะสมข้อมูลขยะมากๆ ก็จะเป็นการเพิ่มต้นทุนของการสะสม เก็บ และวิเคราะห์ข้อมูลให้สูงขึ้น ทำให้การใช้งานระบบนี้มีราคาที่แพงขึ้น และใช้งานได้ยากขึ้น อย่างไรก็ตามจุดประสงค์หลักของเธอในตอนนี้คือการทำให้คนตระหนักรู้และหันมาให้ความสนใจการใช้เทคโนโลยีคอยสอดส่องและติดตามมากกว่า

Rose บอกว่าลองคิดดูว่าระบบสอดส่องที่ทะลุทะลวงความเป็นส่วนตัวในทุกแง่มุมของชีวิตคนและเก็บข้อมูลป้ายทะเบียนหลายพันป้ายในเวลาแค่หนึ่งนาที หากถูกหลอกได้ง่ายๆ ด้วยแค่ลวดลายบนเนื้อผ้า บางทีมันก็อาจจะไม่ใช่ระบบที่เราควรไปพึ่งพาและฝากชีวิตไว้กับมันขนาดนั้น เธอบอกว่าเธอเองก็ค่อนข้างช็อคที่มันถูกหลอกได้ง่ายขนาดนี้ และอยากจะเรียกร้องให้คนที่เกี่ยวข้องลองกลับไปหาวิธีทำให้มันดีกว่านี้

ขณะเดียวกันในงาน DefCon งานเดียวกันนี้ก็มีแฮ็กเกอร์อีกคนหนึ่งที่ลองหาวิธีต่อสู้กับระบบอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติเช่นกัน Droogie เลือกใช้วิธีที่แตกต่างจาก Kate Rose ด้วยการจดทะเบียนป้ายกับกรมการขนส่งว่า NULL ซึ่งเป็นโค้ดทั่วไปที่ใช้แทนเอนทรี่ที่ว่างเปล่าในระบบฐานข้อมูล แทนที่จะสามารถหลอกระบบได้ เรื่องกลับกลายเป็นเขาได้รับใบสั่งจำนวนมากที่ถาโถมเข้ามา รวมๆ กันแล้วเป็นจำนวนเงินมากกว่า 12,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ​ โดยมาจากใบสั่งทั้งหมดที่ไม่มีข้อมูลป้ายทะเบียนรถในระบบนั่นเอง โชคยังดีที่เขาไม่ต้องจ่าย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็แนะนำว่าให้เขารีบไปจดทะเบียนป้ายใหม่เสียก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก

ลวดลายต้าน Facial Recognition

ปี 2016 Adam Harvey ศิลปินและผู้ชำนาญด้านเทคโนโลยีได้ทำงานร่วมกับสตูดิโอ Hyphen-Labs ออกแบบผ้า Hyperface ที่พิมพ์ลวดลายแบบแอบสแตร็กท์สำหรับกระตุ้นการทำงานของระบบรู้จำใบหน้า หรือ Facial Recognition โดยเฉพาะระบบจะเข้าใจว่าลวดลายที่เห็นคือ ตา ปาก และฟีเจอร์อื่นๆ ของใบหน้า และจะเก็บข้อมูลเอาไว้ในฐานข้อมูล ซึ่งหากมีจำนวนข้อมูลปลอมที่มากพอก็จะทำให้ระบบสับสนจนไม่สามารถบอกได้ว่าหน้าไหนจริง หน้าไหนปลอม ซึ่งก็ทำเพื่อเป็นการต่อสู้กับระบบที่ทะลวงความเป็นส่วนตัวของบุคคลนั่นเอง

ลวดลาย Hyperface สำหรับใช้พิมพ์ลงไปบนเนื้อผ้า Photograph: Adam Harvey

ที่มา: The Guardian, The Parallax

Comments
The following two tabs change content below.

Sueching Chin

"ซู่ชิง" จิตต์สุภา ฉิน บรรณาธิการ Vantage. คอลัมนิสต์ ผู้ดำเนินรายการไอที นักจัดพอดแคสต์ ผู้ขับเคลื่อนด้วยโกโกเย็นวันละแก้ว