จีนมาแรงในตลาด ‘Smart Speaker’ หลัง Baidu แซง Google ขึ้นมาเป็นเบอร์ 2

ในตลาดลำโพงอัจฉริยะที่ผ่านมาอาจจะคุ้นหูกับชื่อของลำโพงที่ใช้งาน Alexa, Google Assistant และ Siri ซึ่งกลายเป็นช่องทางในการสั่งงานด้วยเสียงของผู้ใช้งานในสหรัฐฯ แต่ในตลาดโลกยังมีแบรนด์จากจีนที่ในไตรมาสล่าสุดแซง Google ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 2 ในตลาดนี้ ซึ่งก็คือ Baidu ผู้ให้บริการ Search Engine ยักษ์ใหญ่ในจีน

รายงานล่าสุดของ Canalys แสดงให้เห็นถึงการที่ Baidu ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 2 ในตลาดผู้ให้บริการลำโพงอัจฉริยะ จากก่อนหน้านี้ที่เป็นตำแหน่งของทาง Google ด้วยสัดส่วนในไตรมาสล่าสุดที่ขึ้นมาอยู่ราว 17.3% เติบโตถึง 3700% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

สำหรับภาพรวมของตลาดลำโพงอัจฉริยะในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา Amazon ยังยึดตำแหน่งผู้นำในตลาดนี้ด้วยจำนวนจัดส่งลำโพงอัจฉริยะกว่า 6.6 ล้านเครื่อง คิดเป็นส่วนแบ่งราว 25.4% ของตลาด ตามมาด้วย Baidu ที่ 4.5 ล้านเครื่อง และ Google ที่ 4.3 ล้านเครื่อง คิดเป็นส่วนแบ่งราว 16.7%

แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือในลำดับที่ 4 และ 5 ยังคงเป็นแบรนด์จากจีนคือ Alibaba และ Xiaomi ที่มีจำนวนการจัดส่งลำโพงอัจฉริยะรวมกันถึง 6.9 ล้านชิ้น ทำให้ถ้านับรวมเฉพาะแบรนด์จีน 3 แบรนด์ ที่ติดใน 5 อันดับแรกจะมีส่วนแบ่งถึง 43.9% หรือเกือบครึ่งหนึ่งของตลาดลำโพงอัจฉริยะแล้ว

ลำโพงอัจฉริยะรูปแบบต่างๆของ Baidu

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ Baidu สามารถแซงขึ้นมาเป็นเบอร์ 2 ในตลาดนี้ได้ เกิดขึ้นจาก 2 ปัจจัยหลักๆ ด้วยกันคือเรื่องของข้อจำกัดในการใช้งาน Voice Assistant ในประเทศจีนที่ผู้ให้บริการหลักอย่าง Amazon และ Google ไม่สามารถเข้ามาทำตลาดได้ ทำให้ Baidu สามารถเข้าถึงผู้ใช้โดยมีฐานอยู่ในประเทศจีนได้ง่าย แต่ก็มีข้อจำกัดที่รองรับเฉพาะภาษาจีนอย่างเดียว

Baidu Xiaodu ลำโพงอัจฉริยะที่เริ่มต้นในราคาไม่ถึง 500 บาท

ส่วนอีกเรื่องคือการทำราคาของ Smart Speaker ภายใต้แบรนด์ Xiaodu ที่มีราคาเริ่มต้นที่ 89 หยวน หรือราว 380 บาทเท่านั้น ในขณะที่แบรนด์จากสหรัฐฯ ทำราคาอยู่ในช่วงเกิน 1,000 บาท ภายในลำโพงอัจฉริยะของ Baidu จะทำงานอยู่บนแพลตฟอร์ม AI ที่มีชื่อเรียกว่า DuerOS เพื่อช่วยให้ชาวจีนสามารถเข้าถึงผู้ช่วยส่วนตัวผ่านลำโพงอัจฉริยะเหล่านี้

ในฝั่งของ Amazon และ Google ต่างกำลังประสบปัญหาเดียวกันในตลาดลำโพงอัจฉริยะ เมื่อการเติบโตในสหรัฐฯ เริ่มลดลงเนื่องจากผู้บริโภคที่ใช้งานส่วนใหญ่ซื้อ และมีลำโพงอัจฉริยะใช้งานกันแล้ว ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาเร่งทำตลาดในต่างประเทศมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากยอดขายในไตรมาสล่าสุดที่สัดส่วนยอดขายจากนอกสหรัฐฯ เกินครึ่งไปเรียบร้อยแล้ว

สอดคล้องกับการคาดการณ์ในส่วนของเทคโนโลยี AI ที่จะเห็นว่าเทคโนโลยีจากจีนกำลังไล่ตาม และเริ่มแซงหน้าสหรัฐฯ ไปแล้ว และมีโอกาสที่จะทิ้งห่างไปอีกในอนาคต จากคลื่น 4 ลูกของปัญญาประดิษฐ์ (4 Waves of AI) โดยในส่วนของลำโพงอัจฉริยะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มของคลื่นลูกที่ 3 Perception AI

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับคลื่นทั้ง 4 ของ AI ได้จากวิดีโอด้านล่างนี้

Comments