กรณีศึกษา AIS นำ NB-IoT มาใช้กับธุรกิจประกันภัยรถยนต์

การแข่งขันในตลาด IoT เวลานี้ รูปแบบที่เกิดขึ้นคือการนำเสนอวิธีการนำไปใช้ในธุรกิจต่างๆ เนื่องจากปัจจุบันผู้ให้บริการเครือข่ายมีการลงทุนโครงข่าย NB-IoT ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อให้นำไปใช้งานแล้ว

ดังนั้น ช่วงเวลานี้คือเน้นไปที่การนำเสนอโซลูชั่น เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้แก่ภาคธุรกิจ ซึ่งแน่นอนว่าสุดท้ายแล้วผู้ที่ได้ประโยชน์ก็คือผู้บริโภค ที่จะได้ความสะดวกในการใช้ชีวิต

รูปแบบที่ AIS เริ่มนำมาใช้งานในธุรกิจประกันภัยรถยนต์ คือ การนำโซลูชั่นที่เรียกว่า NB-IoT Motion Tracker มาให้บริการ ที่ในความเป็นจริงแล้วโซลูชั่นนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย เพียงแต่ที่เริ่มจากธุรกิจประกันภัยรถยนต์ก่อน เนื่องจากเห็นภาพได้ชัดเจนที่สุด และสร้างความสะดวกให้กับผู้ใช้

เคสนี้เกิดจากการที่ เมื่อมองไปในธุรกิจประกันภัยรถยนต์  มีรูปแบบการให้บริการประกันรถเปิดปิด จากประกันภัยไทยวิวัฒน์ ที่นำเสนอประกันภัยรถยนต์ที่จะคุ้มครองตามช่วงระยะเวลาที่ใช้รถ ที่แต่แรกผู้เอาประกันต้องคอยเปิด-ปิด ในแอปเพื่อเริ่มการคุ้มครอง

สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้ใช้บางรายจะลืมเปิด-ปิด ทำให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้น จึงมองหาโซลูชั่นที่จะเข้ามาช่วยให้ประกันคุ้มครองทันทีที่สตาร์ทรถยนต์ ที่กลายเป็นว่าโซลูชั่น NB-IoT Motion Tracker สามารถเข้ามาใช้เพื่อส่งข้อมูลดังกล่าวได้

ในทางเทคนิค NB-IoT Motor Tracker for UBI จะทำงานโดยใช้เทคโนโลยีติดตามการทำงานของยานพาหนะบนเครือข่าย NB-IoT เมื่อสตาร์ทรถยนต์ อุปกรณ์​ IoT จะส่งค่า Engine Start ผ่านแพลตฟอร์ม AIS IoT ไปประมวลผลที่เซิร์ฟเวอร์ของทางไทยวิวัฒน์ เพื่อแจ้งเตือนไปยังแอปพลิเคชัน และเริ่มต้นเปิดประกันภัยโดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกับเมื่อดับเครื่องยนต์ อุปกรณ์​ IoT ก็จะส่งค่า Engine Stop กลับมาอีกครั้งเพื่อปิดประกันอัตโนมัติ

จะเห็นได้ว่า การนำ NB-IoT ไปใช้กับทางไทยวิวัฒน์ถือเป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่ใช้อุปกรณ์ในการส่งข้อมูลการสตาร์ท และดับเครื่องยนต์เข้าไปช่วยในการทำงานของแอปเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง Motor Tracker ยังสามารถประยุกต์ไปใช้งานได้อีก

อัศนีย์ วิภาตเวทย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ผลิตภัณฑ์ลูกค้าองค์กรและบริการระหว่างประเทศ เอไอเอส ให้รายละเอียดถึงโซลูชัน NB-IoT เพิ่มเติมว่า ความสามารถของอุปกรณ์นี้คือสามารถใช้เพื่อระบุพิกัด ป้องกันการโจรกรรมรถยนต์ และลึกไปจนถึงการทำ Geo-Fencing เพื่อตรวจสอบพื้นที่การใช้งาน ตรวจจับความเร็วของพาหนะ แจ้งเตือนอุณหภูมิ และแจ้งเตือนอุบัติเหตุสำหรับรถจักรยานยนต์

ด้วยเหตุนี้ NB-IoT Motor Tracker จึงสามารถนำไปใช้ได้กับหลากหลายอุตสาหกรรม อย่างในธุรกิจประกันภัยก็สามารถนำไปสำรวจพฤติกรรมการใช้งานรถยนต์ของผู้ขับขี่เพื่อนำเสนอประกันภัยที่เหมาะสมมากขึ้น

นำไปใช้กับระบบขนส่งสำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ในการติดตามการส่งสินค้า หรือแม้แต่ธุรกิจการเงินอย่างการให้สินเชื่อ ธนาคาร หรือสถาบันทางการเงินสามารถนำอุปกรณ์เหล่านี้ไปติดในรถยนต์ของลูกค้าที่ปล่อยเช่าได้

Vantage View

ตอนนี้ถือเป็นช่วงแรกของการให้บริการ IoT ที่จะเริ่มเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นในการนำมาใช้ในธุรกิจต่างๆ หลังจากนี้จะเริ่มเห็นการนำ IoT ไปใช้ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้านมากขึ้น

แต่จุดเปลี่ยนที่จะทำให้ IoT เข้าถึงคอนซูเมอร์จริงๆ น่าจะเป็นช่วงที่เริ่มให้บริการ 5G เพราะทั้งดีไวซ์ และเบสสเตชั่นต่างๆ จะรองรับอุปกรณ์จำนวนมากได้ และในเวลานั้นอุปกรณ์ IoT จะมีราคาถูกลงเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จนทำให้เกิดการใช้งานในวงกว้าง

Comments