ทำไม Apple ถึงต้องการธุรกิจโมเด็ม? | ทุ่มพันล้านเหรียญปิดดีลซื้อกิจการโมเด็มจากอินเทล

Photo by NOAH BERGER / AFP

Apple ประกาศทุ่มเงิน 1 พันล้านเหรียญ ซื้อกิจการชิปโมเด็มสำหรับสมาร์ทโฟนจาก Intel มาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทฯ เพื่อพัฒนาชิปโมเด็มของตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาบริษัทโมเด็มอื่นอีกต่อไป หลังจากที่เคยมีข้อพิพาทระหว่าง Apple กับ Qualcomm ซึ่งก่อนหน้านี้ Apple ได้มีการซื้อชิปโมเด็มมาใช้ใน iPhone และ iPad จากทั้ง Qualcomm และ Intel

การซื้อกิจการในส่วนของโมเด็มสมาร์ทโฟนจากอินเทลครั้งนี้ ส่งผลให้พนักงาน 2,200 คนของอินเทล กลายสภาพมาเป็นพนักงานของ Apple โดยเป็นการซื้อกิจการโมเด็มเฉพาะในส่วนของสมาร์ทโฟนเท่านั้น อินเทลเองจะยังมีความสามารถในการผลิตชิปโมเด็มให้กับอุตสาหกรรมอื่น เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ อุปกรณ์ IoT ต่างๆ

ทำไม Apple ถึงต้องการธุรกิจโมเด็ม?

โมเด็มในสมาร์ทโฟน เป็นส่วนที่มีความซับซ้อนต่อธุรกิจสมาร์ทโฟนมาอย่างยาวนาน เพราะเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการที่สมาร์ทโฟนจะสามารถเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายได้ และมีผลอย่างมากต่อความเร็วในการเชื่อมต่อ ความเร็วของซอฟต์แวร์ รวมถึงการใช้พลังงาน ที่ไปกระทบต่อตัวเลขการใช้งานแบตเตอรี่ ซึ่งระบบปฏิบัติการของสมาร์ทโฟนเอง ก็จำเป็นที่จะต้องรู้จักกับสถาปัตยกรรมของโมเด็มเป็นอย่างดี เพื่อให้มันสามารถใช้งานร่วมกันได้อย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด นี่ยังไม่นับรวมถึงขนาดของชิปโมเด็ม ที่ส่งผลกระทบต่อการออกแบบสมาร์ทโฟนอีกด้วย

ปัจจุบัน มีเพียง 2 ชิ้นส่วนหลักในสมาร์ทโฟน ที่ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของ Apple นั่นคือ โมเด็ม และ หน่วยความจำ โดย Apple ต้องพึ่งพาบริษัทผู้ผลิตรายอื่น (third party) ในการจัดหา จัดซื้อมาใช้ตามสเปคที่ Apple กำหนด แต่ธุรกิจโมเด็มกำลังจะมีความซับซ้อนมากขึ้น จากการมาถึงของเครือข่าย 5G ที่เหลือผู้เล่นเพียงไม่กี่รายในตลาดโมเด็มที่สามารถผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น Intel, Qualcomm, Samsung, Huawei และ MediaTek

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา Apple เพิ่งยุติข้อพิพาททางกฎหมายกับ Qualcomm หลังจากที่มีเหตุฟ้องร้องกันกว่า 2 ปี โดยหนึ่งในข้อตกลง คือ Apple ได้เซ็นสัญญาซื้อชิปโมเด็มของ Qualcomm อีกนานหลายปี ทั้งชิปโมเด็มที่ใช้กับ iPhone รุ่นก่อนหน้าและ ชิปโมเด็ม 5G สำหรับโทรศัพท์ในอนาคต (แม้ว่า iPhone รุ่นปัจจุบันอย่าง iPhone XS และ XR จะใช้ชิปโมเด็มของ Intel ก็ตาม)

Apple เอง มีชื่อเสียงในการออกแบบสถาปัตยกรรมเป็นของตนเอง และทำเป็นระบบปิด โดยลดการพึ่งพาบริษัทข้างนอกให้ได้มากที่สุด ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ จึงไม่น่าแปลกใจที่ Apple จะหมายปองธุรกิจโมเด็มมาสักระยะหนึ่งแล้ว ยิ่งเกิดเหตุพิพาทกับ Qualcomm ก็ยิ่งมีความอยากพัฒนาชิปโมเด็มของตนเอง โดยการตัดสินใจซื้อกิจการโมเด็มสมาร์ทโฟนจากอินเทล จะช่วยทำให้ Apple สามารถสร้างชิปโมเด็มที่เหมาะสมที่สุดกับสถาปัตยกรรมของ iPhone โดยเฉพาะ แต่การที่จะสร้างชิป custom ขึ้นมาแบบนั้นได้ ก็ย่อมต้องใช้เวลานานหลายปี ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ เราก็คงจะได้เห็น Apple ใช้ชิปโมเด็มจาก Qualcomm ตามข้อตกลงในเดือนเมษายนที่ผ่านมากันไปก่อน

ข้อดีของการสร้างชิปโมเด็มของตนเอง ให้เหมาะกับ iPhone โดยเฉพาะ ก็จะเป็นเรื่องของขนาดชิป ความสามารถในการประหยัดพลังงาน และการเข้าถึงสถาปัตยกรรมทั้งหมดของชิปโมเด็มโดยสมบูรณ์ เพื่อรีดประสิทธิภาพออกมาให้ได้มากที่สุด แตกต่างจากผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่ต้องซื้อชิปโมเด็มสำเร็จรูปมาทำงานต่อ หรือต้องออกแบบซอฟต์แวร์เพื่อใช้งานกับชิปโมเด็มที่มีอยู่ในตลาด ซึ่งปัจจุบัน Apple มีชิปประมวลผล, ชิปกราฟิก , ชิปบลูทูธพลังงานต่ำ , ชิปเข้ารหัสด้านความปลอดภัย ที่พัฒนาขึ้นเอง และได้ทำผลิตภัณฑ์ที่น่าทึ่งหลายอย่าง เช่น หูฟัง AirPods ที่มีขนาดเล็กมาก และเป็นไปไม่ได้เลยหาก Apple ไม่ได้พัฒนาชิปบลูทูธส่งสัญญาณไร้สายพลังงานต่ำขึ้นมาเอง

นอกจากนี้ การซื้อกิจการโมเด็มจากอินเทล ก็จะทำให้ Apple ได้เทคโนโลยี 5G ที่อินเทลเริ่มพัฒนามาก่อนหน้านี้แล้วด้วย ช่วยให้ Apple มีความเข้าใจและกระโดดสู่ตลาดสมาร์ทโฟน 5G ได้รวดเร็วขึ้นอีก แม้ว่าเราจะยังไม่ได้เห็นโทรศัพท์ 5G จาก Apple ในปีนี้ก็ตาม

Comments