Facebook เผยรายละเอียดบัญชีผู้ใช้และเพจที่ถูกลบ ชี้ ‘ให้ข้อมูลเท็จ สร้างความแตกแยก’

หลังจากที่โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook ถูกจับตาอย่างหนักเรื่องการตรวจจับ Fake News บัญชีผู้ใช้ปลอม รวมทั้งการเผยแพร่เนื้อหาที่ส่งเสริมการสร้างความขัดแย้งในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อนระอุในหลายประเทศ

ล่าสุด นาธาเนียล ไกลเชอร์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายความปลอดภัยไซเบอร์ของ Facebook ได้ออกมาเปิดเผยว่า ได้ลบบัญชีผู้ใช้ Facebook 12 บัญชี และอีก 10 เพจ ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมร่วมกันในการสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวตน (Coordinated Inauthentic Behavior – CIB) บน Facebook ในประเทศไทย ซึ่งมีเนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวกับประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา รวมทั้งเนื้อหาที่สร้างความแตกแยก โดยดำเนินการเป็นเครือข่าย เช่น การเมืองไทย ปัญหาด้านภูมิศาสตร์การเมือง เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและจีน การประท้วงในฮ่องกง และการวิพากษ์วิจารณ์นักต่อสู้ด้านประชาธิปไตยในประเทศไทย เป็นต้น โดยมีผู้ติดตามเพจเหล่านี้ราว 38,000 บัญชี เป็นจำนวนอย่างน้อย 1 เพจ หรือมากกว่านั้น

ไกลเชอร์ ได้ระบุว่าผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายขนาดเล็กนี้ได้ใช้บัญชีผู้ใช้ปลอมในการสร้างตัวตนที่ไม่มีอยู่จริง และใช้ในเพจเพื่อการมีส่วนร่วม รวมไปถึงการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและชี้นำผู้คนไปสู่บล็อกอื่นๆ ที่ดูคล้ายกับเว็บไซต์ข่าว อีกทั้งใช้เงินซื้อโฆษณา คิดเป็นมูลค่าน้อยกว่า 18,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ โดยชำระด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

จากการสืบสวนยังพบว่า การกระทำดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับบุคลในประเทศไทยกับ New Eastern Outlook ซึ่งเป็นวารสารที่ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินโดยรัฐบาลรัสเซีย ตั้งอยู่ในกรุงมอสโคว์

และนี่คือโพสต์บางส่วนที่ถูกลบและ Facebook นำมาเปิดเผย

นับเป็นครั้งแรกที่ Facebook ได้แถลงการณ์เรื่องการลบบัญชีและเพจที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรม CIB ในประเทศไทย โดยได้รับความช่วยเหลือด้านการแจ้งเบาะแสจากหน่วยงานภาคประชาสังคมในไทย

ไกลเชอร์อธิบายว่ากระบวนการสืบสวนของ Facebook นั้นเป็นการตัดสินจากพฤติกรรมของผู้ใช้ (deceptive behaviour) ไม่ใช่ลักษณะของคอนเทนต์ที่โพสต์

“เราสามารถสรุปได้ว่ากิจกรรมบางอย่างของเครือข่ายนี้เชื่อมโยงกันกับบุคคลที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งเกี่ยวข้องกับ New Eastern Outlook ”

อย่างไรก็ดี Facebook พบการดำเนินเครือข่ายในลักษณะเดียวกันนี้ในประเทศ ยูเครน รัสเซีย และฮอนดูรัสด้วย โดยเฉพาะช่วงก่อนการเลือกตั้งยูเครน แต่ไม่พบความเชื่อมโยงกัน สรุปยอดรวมบัญชีและเพจทั้งหมดที่ถูกลบใน 4 ประเทศ คือ 294 บัญชีผู้ใช้ (accounts) 1,509 เพจ (pages) และ 32 กลุ่ม (groups) 

ทั้งนี้บริษัทได้แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการวิเคราะห์กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ผู้กำหนดนโยบาย และพาร์ทเนอร์ในกลุ่มอุตสาหกรรมแล้ว

Vantage.’s View
สังเกตได้ว่าบัญชีผู้ใช้และเพจที่ถูกปิดนั้นเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด เป็นไปได้ว่าระบบยังไม่รองรับการตรวจสอบภาษาไทย จึงน่าคิดต่อว่าหากทีมสืบสวน Facebook พัฒนาระบบและเครื่องมือให้รองรับภาษาไทยได้แล้ว หรือแม้แต่ได้รับเบาะแสที่สำคัญในไทยมากขึ้น อาจจะพบบัญชี กลุ่ม และเพจที่เข้าข่ายมีพฤติกรรม CIB มากกว่านี้ก็เป็นได้

ที่มา: https://newsroom.fb.com/news/2019/07/removing-cib-thailand-russia-ukraine-honduras/

Comments