‘Curb Cut Effect’ แนวคิดช่วยผู้พิการ ที่ทำให้ทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกัน

Curb Cut Effect ไม่ใช่ศัพท์ใหม่แล้ว แต่เป็นแนวคิดที่ยังคงทันสมัยอยู่ถึงทุกวันนี้ ซึ่งแนวคิดนี้ ได้ทำให้สังคมโดยรวมดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มนักพัฒนาเทคโนโลยี ที่จำเป็นต้องคำนึงถึง หากต้องการให้เทคโนโลยีนั้น สามารถเข้าถึงได้จากผู้ใช้งานทุกคน

ขอบฟุตปาธที่ถูกตัด ให้เป็นทางลาด ที่บริเวณทางม้าลาย บริเวณสี่แยก หรือบริเวณหน้าสถานที่สำคัญต่างๆ เป็นภาพที่เราเห็นจนชินตา จนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของฟุตปาธทั่วไป เกิดจากแนวคิดริเริ่มในปี 1945 ที่รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา เพื่อช่วยเหลือทหารผ่านศึกสงครามโลก ที่ต้องนั่งรถเข็นวีลแชร์ให้สามารถข้ามถนนได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนก็เริ่มได้เรียนรู้ว่า การตัดขอบฟุตปาธนี้ ไม่เพียงแค่ผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์จะได้รับประโยชน์เท่านั้น แต่กลายเป็นว่า ทุกคนในสังคมล้วนได้รับประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่ว่าเป็นคนเข็นรถ กระเป๋าเดินทาง คนขี่จักรยาน รถเข็นเด็ก หรือ ผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องเข่า จน ‘Curb Cut’ กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา และเป็นมาตรฐานของการทำฟุตปาธในปัจจุบันที่จะต้องมีการตัดมุมให้เป็นทางลาด

อีกหนึ่งตัวอย่างของ Curb Cut Effect ที่เห็นได้ชัดเจน คือสิ่งที่เรียกว่า Closed Caption (CC) หรือที่คนไทยเราอาจะรู้จักกันว่า “ซับไตเติ้ล” แต่แรกเริ่มเดิมทีนั้น การทำ CC ถูกออกแบบมาเพื่อผู้พิการทางการได้ยิน ที่อาจไม่ได้ยินเสียงสนทนาในภาพยนตร์หรือในโทรทัศน์ จนกระทั่งในปี 1990 ก็มีการผ่านร่างกฎหมาย Americans with Disabilities Act (ADA) ว่าผู้พิการต้องสามารถเข้าถึงคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างเท่าเทียมกัน และได้บังคับให้คอนเทนต์ในรายการโทรทัศน์ของสหรัฐฯ ต้องมีการทำแคปชั่น เพื่อให้ผู้พิการทางการได้ยิน สามารถรับสื่อได้เช่นเดียวกับคนปกติทั่วไป

เมื่อเวลาผ่านไป แคปชั่น หรือซับไตเติ้ล กลับช่วยสังคมโดยรวมอย่างมาก โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้พิการ โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ก็สามารถรับรู้และเข้าใจบทสนทนาที่อาจฟังเข้าใจยาก รวมถึงคนที่ชอบดูคลิปวิดีโอที่ไม่เปิดเสียง ต่างให้ความชื่นชอบ Closed Caption จนมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของสื่อวิดีโอในยุคใหม่ไปอย่างขาดมิได้

แนวคิดของ Curb Cut Effect นี้ ได้สอนสังคมใน 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ เทคโนโลยีที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้พิการนั้น อาจช่วยคนอื่นๆ ได้ทุกคน และ หากเทคโนโลยีนั้น ถูกทำให้แพร่หลายมากขึ้น มันก็จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์นั้นไปโดยปริยาย

เทคโนโลยี Voice Recognition ที่แรกเริ่มเดิมที มีแนวคิดที่พัฒนามาให้ผู้พิการทางร่างกาย ที่ไม่สามารถใช้นิ้วพิมพ์กับคีย์บอร์ดปกติได้ กลับกลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ทุกคนชื่นชอบ และเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ ที่ถูกต่อยอดมาเพื่อทุกคนในสังคม

Photo By: Joel Martinez

ท้ายที่สุดแล้ว Curb Cut Effect จึงไม่ใช่เรื่องของผู้พิการเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการออกแบบที่คำนึงถึงหลักสากล ที่ทุกคนจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน ซึ่ง Effect นี้ จะไม่มีวันสิ้นสุด เพราะหากผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ หรือฟีเจอร์ใหม่ๆ ได้คำนึงถึงหลักการนี้ ก็จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยให้สังคมดีขึ้น ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในปัจจุบัน ต่างก็มีแผนกที่ดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ เช่น การทำแผนก Inclusive ที่จะคอยทดสอบทุกผลิตภัณฑ์ ทุกฟีเจอร์ใหม่ๆ ว่ามันถูกออกแบบมาสำหรับทุกคนอย่างแท้จริงหรือไม่ คนถนัดซ้ายสามารถใช้งานได้หรือไม่ คนที่พูดไม่ถนัด ยังสามารถใช้ได้เป็นปกติแค่ไหน เพราะหากเทคโนโลยีนั้น คำนึงถึงเรื่องการเข้าถึงของทุกคน ก็จะทำให้ทุกคนได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน

เหมือนดังเช่น การหั่นขอบฟุตปาธ ที่ได้ทำสำเร็จมาแล้ว

Comments