Apple แอบเจรจาซื้อธุรกิจโมเด็มชิปของ Intel

Photo by Josh Edelson / AFP

ดูเหมือนว่า Apple จะพยายามเร่งเข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟน 5G ให้โดยเร็ว หลัง The Wall Street Journal ได้ออกมารายงานว่า Apple อยู่ในระหว่างการเจรจาซื้อธุรกิจโมเด็มชิปของ Intel ในวันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยคาดว่าดีลนี้น่าจะมีมูลค่าสูงถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมไปถึงสิทธิบัตรต่างๆ และพนักงานยูนิตนี้ของ Intel และการเจรจาน่าจะเสร็จสิ้นในสัปดาห์หน้า

แล้วดีลครั้งนี้สำคัญอย่างไร?

Intel เคยมีปัญหากับ Apple เนื่องจากไม่สามารถพัฒนาโมเด็มรองรับ 5G ออกมาให้ Apple ใช้งานได้ทันตามกำหนดการที่เคยตั้งเป้าไว้ว่าจะก้าวเข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟน 5G ในช่วงเดือนกันยายนปี 2020 จนในที่สุด Intel ได้ประกาศว่าจะยุติบทบาทของการเป็นผู้ผลิตโมเด็มชิปเช็ต 5G สำหรับสมาร์ทโฟนในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยอ้างเหตุผลด้านกำไรและผลตอบแทนที่ไม่ชัดเจน แต่จะหันไปโฟกัสกับการพัฒนาชิปเซ็ต 5G สำหรับอุปกรณ์เชื่อมต่ออื่นๆ แทน

ในขณะนั้นบริษัทที่ดูจะได้เปรียบมากที่สุดในตลาดผู้ผลิตชิป 5G ก็คือ Huawei ซึ่งเชื่อมั่นว่าตนเป็นผู้นำด้านการพัฒนาโมเด็มชิปเซ็ตให้รองรับ 5G อีกทั้งยังเคยเสนอให้กับ Apple มาแล้ว ก่อน Huawei จะเจอแรงกดดันอย่างหนักจากสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ (ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น)

อย่างไรก็ตาม Apple เลือกที่จะยุติข้อพิพาทกับ Qualcomm ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ ซึ่งเคยดำเนินคดีความฟ้องร้องกันมานาน ก่อนที่จะจบลงด้วยการทำข้อตกลงอนุญาตให้ใช้สิทธิบัตรสากลระยะเวลา 6 ปี รวมถึงสิทธิในการเลือกต่อขยาย และข้อตกลงการซื้อขายชิปเซ็ตเป็นเวลาหลายปี

เว็บไซต์ WSJ รายงานว่าการที่ Apple เข้าซื้อธุรกิจผลิตชิปของ Intel ครั้งนี้น่าจะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ ของ Apple โดยเฉพาะการผลิต iPhone ให้รองรับ 5G และอันที่จริงทั้งสองบริษัทเคยเจรจาดีลนี้มาก่อนแล้ว แต่ล้มเหลวเพราะ Apple ได้ลงนามข้อตกลงกับบริษัท Qualcomm แทน 

ทั้งนี้ Intel ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อข่าวดังกล่าว ฝ่าย Apple เองก็ยังไม่มีการประกาศหรือเสนอความคิดเห็นแต่อย่างใด

ที่มา
Business Insider

Comments