จะเกิดอะไรต่อ? หลัง Sony และ Microsoft จับมือกันลุยแพลตฟอร์มเกมสตรีมมิ่ง

หนึ่งในดีลที่ไม่มีใครคิดว่าจะเป็นไปได้ เกิดขึ้นแล้วในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คือการจับมือกันระหว่าง Sony ผู้ผลิตเกมคอนโซล PlayStation 4 กับ Microsoft เจ้าของเครื่อง Xbox ที่ปัจจุบันครองส่วนแบ่งอันดับ 1 และ 2 ในตลาดอยู่

ส่วนแบ่งตลาดเกมคอลโซลในเวลานี้ที่ Sony เป็นผู้นำอยู่

ความร่วมมือที่เกิดขึ้นคือ Sony จะทำงานร่วมกับ Microsoft ในการพัฒนาแพลตฟอร์มเกมสำหรับอนาคตขึ้นมา ที่คาดกันว่าจะออกมาในรูปแบบของแพลตฟอร์มเกมสตรีมมิ่ง ผ่านระบบคลาวด์ Azure ของ Microsoft

ดีลดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เมื่อฝ่ายบริหารของ Sony ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกับทาง Amazon ที่ปัจจุบันเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ที่ Sony ใช้ให้บริการ PlayStation Network จนทำให้เริ่มมองหาพันธมิตรใหม่มาช่วยขยายธุรกิจเพื่อให้บริการในอนาคต

E3 2018

PS4 ยังไปต่ออีกไม่ต่ำกว่า 3 ปี

ไม่ใช่แค่ผู้บริโภคที่รู้สึกแปลกใจ เพราะทีมงานของ Sony ทีมที่ดูแล PlayStation ก็ไม่ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวก่อนการประกาศร่วมมือกันอย่างเป็นทางการ จนทำให้ฝ่ายบริหารของ Sony ต้องออกมายืนยันว่าจะไม่กระทบต่อแผนธุรกิจเกมคอนโซลรุ่นใหม่ที่พัฒนาอยู่ในปัจจุบัน

สอดคล้องกับในงานประชุมผู้ถือหุ้นของทาง Sony ที่เพิ่งจัดขึ้นที่โตเกียว ญี่ปุ่น ที่มีการนำเครื่องต้นแบบของ Playstation รุ่นต่อไป (Next-gen PlayStation) มาแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการเปิดเกมเล่นที่เร็วขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก จากการนำเทคโนโลยี SSD รุ่นใหม่มาใช้งาน

พร้อมกับระบุชัดเจนว่า PS4 จะยังเป็นฐานสำคัญในช่วง 3 ปีข้างหน้านี้ และจะมีเกมเอ็กซ์คลูซีฟระดับ AAA มาให้เล่นกันอย่างต่อเนื่อง ส่วน PlayStation รุ่นใหม่ที่จะวางจำหน่ายก็จะออกสู่ตลาดคงเป็นช่วงปี 2020

E3 2018

อนาคตของวงการเกมอยู่ที่สตรีมมิ่ง

ก่อนหน้านี้ เราจะได้เห็น Google เริ่มแนะนำแพลตฟอร์มเกมผ่านระบบสตรีมมิ่งอย่าง Stadia ออกสู่ตลาด หรือความเคลื่อนไหวของ Apple ในการพัฒนา Apple Arcade ออกมาจับกลุ่มผู้ใช้ที่เล่นเกมเป็นประจำและมีโอกาสสมัครเล่นเกมแบบบอกรับสมาชิก

แต่ทุกคนต่างรับรู้ว่า ในตอนนี้ ยังไม่ถึงเวลาของตลาดคลาวด์เกมมิ่ง โดยผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเกมมองว่า การให้บริการเกมผ่านระบบสตรีมมิ่งจะมีสัดส่วนเพียง 2% ในปี 2023 ดังนั้นจึงเหลือเวลาเพียงพอให้ Sony พัฒนาแพลตฟอร์มขึ้นมาต่อสู้ในตลาดนี้ได้

ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มเกมสตรีมมิ่งเท่านั้นที่สำคัญในอนาคต แต่ยังรวมถึงแพลตฟอร์มสำหรับการแคสเกม ที่เปิดให้บรรดาแคสเตอร์เข้ามาใช้งานด้วย ที่จะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ผู้ให้บริการเกม

หนึ่งในข้อสังเกตที่เกิดขึ้นจากการที่ Sony ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันทาง Amazon ได้ คือการหยิบยกเรื่องของแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมวิดีโอเกมขึ้นมา เนื่องจากปัจจุบัน Amazon ได้ให้บริการ Twitch อยู่แล้ว ถ้า Sony มุ่งมาพัฒนาทางนี้ด้วย ก็จะกลายเป็นคู่แข่งกัน ไม่นับรวมแผนในการพัฒนาแพลตฟอร์มเกมสตรีมมิ่งของทาง Amazon เองที่อาจจะเกิดขึ้นก็เป็นได้

ส่วน Google เมื่อเปิดตัว Stadia ออกมา ก็หยิบยกความสามารถของ YouTube ขึ้นมาเป็นช่องทางในการไลฟ์สตรีมให้ผู้แคสเกม สามารถทำเงิน และสร้างรายได้ ให้เกิดขึ้นจริงได้อยู่แล้ว

เปิดทางสู่ 3 ยักษ์ใหญ่จับมือกัน

แม้ว่าตอนนี้จะเป็นการเปิดหน้าลุยของ Sony กับ Microsoft ที่จับมือเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับ Nintendo ที่เป็นผู้ผลิตเกมคอนโซลอีกรายกำลังพิจารณาที่จะหันมาใช้งาน Azure ในการให้บริการเกมสตรีมมิ่งเช่นเดียวกัน

ถ้าข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริง การที่ทั้ง Sony และ Nintendo เลือกจับมือกับ Microsoft จนกลายเป็นความร่วมมือของ 3 คู่แข่งในตลาดคอนโซลเกม อาจจะแสดงให้เห็นว่ารายได้จากการขายเครื่องคอนโซลอาจไม่จูงใจในการทำตลาดอีกต่อไป จนต้องร่วมมือกันพัฒนาเพื่อสู้กับคู่แข่งที่จะมาในอนาคต

ที่มา :
Bloomberg
TheNextWeb
CCN

Comments