3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Dyson บอกให้รู้ว่าเทคโนโลยีในบ้านเปลี่ยนชีวิตเราได้

ในบรรดากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า Dyson เป็นแบรนด์แถวหน้าที่ทุ่มเทกับการศึกษาวิจัยและขยันคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาแก้ปัญหาในบ้านที่มักถูกมองข้ามได้อย่างฉลาดล้ำ โดยผสานหลักการทางวิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยีอัจฉริยะ สิ่งสำคัญที่ทำให้ Dyson ฉีกกรอบไปจากเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ก็คือ งานออกแบบที่มีเอกลักษณ์และเน้นฟังก์ชันที่ทรงประสิทธิภาพ เช่น พัดลมกรองอากาศไร้ใบพัดที่ปฏิวัติโฉมหน้าของพัดลมไปโดยสิ้นเชิง

ปีนี้ Dyson กลับมาพร้อมกับ 3 ผลิตภัณฑ์ที่ชูเทคโนโลยีอัจฉริยะ เน้นตอบสนองความต้องการส่วนบุคคล และมอบคุณภาพชีวิตที่ดี (Well-being) ไม่ว่าจะเป็น Dyson Pure Cool Me พัดลมกรองอากาศส่วนตัว Dyson V11 เครื่องดูดฝุ่นไร้สายรุ่นล่าสุด พร้อมดิจิทัลมอเตอร์ที่ทรงพลังมากขึ้น และ Dyson LightCycle โคมไฟตัวแรกของ Dyson ซึ่งมีระบบ tracking แสงสว่างตามเวลาท้องถิ่น

ทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์มีอะไรน่าสนใจบ้าง ราคาเท่าไร เราสรุปจากงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ประเทศสิงคโปร์มาให้แล้ว

Dyson Pure Cool Me

พัดลมกรองอากาศส่วนตัว มาพร้อมกับดีไซน์สวย ขนาดกะทัดรัด มีทั้งหมด 2 สี คือ White/ Silver กับ Gunmetal/Copper เราสามารถปรับทิศทางลมไปยังพื้นที่ที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมีโหมดการนอนหลับที่ตั้งเวลาได้โดยไม่รบกวนการนอน เหมาะสำหรับใช้ในห้องนอน ข้างโต๊ะทำงาน ไปจนถึงห้องเด็ก

Paul Dawson รองประธานฝ่าย Health & Beauty บอกกับเราว่า ทีมวิศวกรกว่า 120 คนได้ศึกษาความต้องการของผู้บริโภคในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนนำมาพัฒนาเครื่องต้นแบบและชุดประกอบย่อยจำนวน 2,022 ชิ้น และผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานกว่า 366 ครั้ง

ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในบ้าน ออฟฟิศ หรือในอาคาร แต่สภาพแวดล้อมเหล่านี้ก็ยังมีแหล่งกำเนิดมลภาวะ ฝุ่นละออง และสารก่อภูมิแพ้ปะปนอยู่ในอากาศด้วย เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ โต๊ะทำงาน และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเราอาจหายเข้าไปโดยไม่รู้ตัว Dyson Pure Cool Me จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เรื่องนี้โดยเฉพาะ

สรุปฟีเจอร์เด่น:

  • เทคโนโลยี Core Flow ช่วยให้ผู้ใช้งานปรับทิศทางลมและความเย็นไปยังบริเวณที่ต้องการได้เอง ควบคุมด้วยรีโมทคอนโทรล
  • มีฟิลเตอร์ HEPA ดักจับมลพิษอนุภาคขนาดเล็กถึง 1.0 ไมครอน เล็กกว่าเส้นผม 300 เท่า ได้ถึง 99.95%  (เล็กกว่าฝุ่นอนุภาคขนาด PM 2.5 ถึง 30 เท่า)
  • ใครเบื่อการนอนหลับในห้องแอร์เย็นจัดๆ ตัวนี้น่าจะตอบโจทย์เพราะมีโหมดการนอนหลับตั้งเวลาได้ 30 นาที – 8 ชั่วโมง
  • ภายในเครื่องมีโฟมติดตั้ง เพื่อลดทอนเสียงมอเตอร์ให้มีเงียบมากที่สุด มีเพียงเสียงลมคลอเบาๆ ชวนหลับสบาย
  • มีระบบเซ็นเซอร์แสงอัจฉริยะที่คอยวัดแสงในสภาพแวดล้อมโดยรอบ สามารถหรี่หรือเพิ่มความสว่างของจอ LCD โดยอัตโนมัติ
  • จอ LCD แสดงโหมดการใช้งาน ค่าความเร็วลม และระยะเวลาการใช้งานฟิลเตอร์

ราคาเริ่มต้น: 13,900 บาท

Dyson V11T

เครื่องดูดฝุ่นของ Dyson เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่ครองใจใครหลายๆ คน และแซงหน้าคู่แข่งในตลาด ด้วยการพัฒนามอเตอร์ให้มีขนาดเล็กลง และบอกลาดีไซน์แบบเดิมที่ต้องตั้งพื้นและลากสายไฟไปตามบ้าน มาสู่เครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สายที่มีน้ำหนักเบาจนยกขึ้นมาถือได้

จุดเด่นของ Dyson V11 รุ่นล่าสุดนี้ คือ ดิจิทัลมอเตอร์ V11 ที่ทรงพลังกว่าเดิม พร้อมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ อย่างไมโครโปรเซสเซอร์ที่ติดตั้ง 3 จุดในเครื่อง ทั้งในหัวแปรงทำความสะอาด ดิจิทัลมอเตอร์ และแบตเตอรี่ ทำให้ระบบอัลกอริทึมสามารถเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้งานและปรับโหมดการทำงานของเครื่องดูดฝุ่นให้เข้ากัน รวมทั้งช่วยคำนวณว่าเราใช้พลังงานไปเท่าไร และเหลือเวลาใช้งานแค่ไหนบ้าง ซึ่งจะแสดงผลบนหน้าจออัจฉริยะ LCD และส่งฟีดแบ็กกลับไปให้ผู้ใช้ นับว่าช่วยลดความหงุดหงิดใจเวลาแบตหมดระหว่างทำความสะอาดไปได้อย่างดี

Kevin Grant หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ Floorcare ให้สัมภาษณ์ว่าบริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้จากฟีดแบ็กของผู้ใช้งาน ทีมวิศวกรพบว่าผู้ใช้งานหลายๆ คนมักหงุดหงิดไม่พอใจเวลาที่เครื่องดูดฝุ่นแบตหมด แต่ยังทำความสะอาดไม่สะอาด และแต่ละคนก็ไม่มีเวลาทำความสะอาดมากนัก คนส่วนใหญ่จึงมักเลือกใช้โหมด Boost ซึ่งกินแบตไปมากโข แต่พวกเขาไม่รู้ เพราะว่าไม่มีระบบแจ้งเตือน “เราก็เลยพัฒนาซอฟต์แวร์อัลกอรทึมขึ้นมาในตัวแบตเตอรี่ซึ่งสามารถเรียนรู้ข้อมูลและควบคุมพลังงานได้ นอกจากนี้อัลกอริทึมยังเรียนรู้ได้ว่าผู้ใช้กำลังทำความสะอาดบนพื้นผิวประเภทไหน ใช้โหมดการทำงานแบบใด ใช้พลังงานไปแค่ไหนแล้ว จากนั้นระบบจะคำนวณวิเคราะห์ให้เสร็จสรรพว่าเรามีเวลาและแบตอีกเหลือเท่าไร

สรุปฟีเจอร์เด่น:

  • ปรับระดับการทำความสะอาดได้ 3 โหมด
    • Eco ช่วยประหยัดพลังงาน ทำความสะอาดได้ดี
    • Auto ปรับโหมดตามการเรียนรู้โดยอัตโนมัติ พร้อมคำนวณระยะเวลาและพลังงานที่ใช้ทำความสะอาดให้เสร็จสรรพ
    • Boostand ทำความสะอาดสิ่งสกปรกอย่างละเอียดด้วยพลังดูดสูงสุดภายใน 5 นาที ใช้พลังงานสูง
  • พลังดูดสูงกว่าเครื่องดูดฝุ่น Dyson Cyclone V10 ถึง 20%
  • หัวแปรงทำความสะอาดแรงบิดสูง
  • วิศวกรได้วิเคราะห์มอเตอร์รุ่นก่อนๆ และพัฒนามาเป็นดิจิทัลมอเตอร์ V11 ที่ทรงประสิทธิภาพ สามารถหมุนได้สูงถึง 125,000 รอบ/ วินาที และมีพลังดูดมากกว่า Dyson Cyclone V10 ถึง 20% โดยใช้ตัวกระจายถึง 3 จุดด้วยกัน
  • มีระบบเซ็นเซอร์โหลดแบบไดนามิก (DLS) สามารถรับรู้ความแตกต่างได้ว่า เรากำลังทำความสะอาดบนพื้นแข็งหรือพื้นพรม และปรับการทำงานตามพื้นผิวโดยอัตโนมัติ
  • สามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กเพียง 0.3 ไมครอน ได้ถึง 99.97% เช่น เกสรดอกไม้ และแบคทีเรีย

ราคาเริ่มต้น: 25,900 บาท

Dyson Lightcycle

ขึ้นชื่อว่าเป็นโคมไฟตัวแรกของ Dyson ย่อมไม่ธรรมดา ซึ่งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นี้ก็ทำให้เราเซอร์ไพรส์จริงๆ เพราะโคมไฟตั้งโต๊ะตัวนี้มีโหมดปรับแสงสว่าง โดยใช้อัลกอริทึม track หรือติดตามแสงธรรมชาติได้ตลอดเวลาตามโลเคชันจริง ทำให้เราได้แสงสว่างที่มีเหมาะกับการใช้งานในช่วงเวลาที่เหมาะสมของแต่ละวัน หรือ “Right light at the right time” นั่นเอง

William Darvill หัวหน้าฝ่าย Professional & Lighting เล่าไอเดียเบื้องหลังให้ฟังว่า จากการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับแสงสว่างมานานหลายปี ทีมวิศวกรพบว่าแสงสว่างจากหลอดไฟ (Artificial Light) ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งแสงจากหน้าจอสมาร์ทโฟน ได้ส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึก ความเป็นอยู่ และกระทั่งรบกวนนาฬิกาชีวภาพของร่ายกายเรา ทีมงานจึงออกแบบโคมไฟที่ให้แสงสว่างที่ใกล้เคียงแสงธรรมชาติ สอดรับการใช้งาน เหมาะสมกับช่วงเวลาในแต่ละวัน เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังความฉลาดล้ำนี้ก็คือ อัลกอริทึมที่สามารถคิดคำนวณและติดตามแสงสว่างธรรมชาติได้นั่นเอง

ปกติแล้วแสงธรรมชาติจะเปลี่ยนระดับความสว่างและอุณหภูมิสีของแสงไปตามเวลา แสงตอนเช้าจะดูอบอุ่น ตอนเที่ยงอุณหภูมิสีของแสงจะสูงและเข้มขึ้น (High Intensity) ก่อนจะลดลงในตอนบ่าย-เย็น ระบบอัลกอริทึมของ Dyson Lightcycle จะ track แสงธรรมชาติได้ตลอดทั้งวันตามเวลาท้องถิ่น โดยอ้างอิงข้อมูลจากการตรวจวัดสภาพแสงผ่านดาวเทียมกว่าล้านครั้ง ไม่เพียงเท่านั้น เราสามารถใส่โลเคชันของตัวเองในแอปพลิเคชันของ Dyson เพื่อที่เลือกแสงสว่างที่เหมาะสมกับสถานที่และเวลาที่เราอยู่จริงๆ ด้วย

สรุปฟีเจอร์เด่น:

  • มี 6 โหมดการใช้งาน
    • Study สำหรับการเรียนหนังสือ อ่านหนังสือ ทำงาน
    • Relax โหมดผ่อนคลายที่ให้ระดับความเข้มของแสงต่ำ ดูอบอุ่นสบายตา แสงไฟจะถูกปรับให้เหมาะกับอายุของผู้ใช้ด้วย
    • Precision ให้แสงที่มีความเข้มสูง และอุณหภูมิสีที่เย็นกว่า (4,600 เคลวิน) ช่วยเรื่องการมองเห็น ในสภาพแสงใกล้เคียงกับแสงสว่างจากธรรมชาติ ใครต้องใช้สายตาเยอะ จ้องคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กนานๆ ลองใช้โหมดนี้ดู
    • Boost โหมดเพิ่มพลังงาน สำหรับกิจกรรมที่ต้องการแสงสว่างมากเป็นพิเศษ และตั้งค่าความสว่างได้สูงสุดนาน 20 นาที
    • Synchronized ปรับตามแสงธรรมชาติตามเวลาและโลเคชันที่เราอยู่ ทำให้เราได้แสงสว่างที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติจริงๆ ซึ่งเป็นมิตรกับสายตาด้วย
  • ใช้ไมโครโปรเซสเซอร์ 32 บิต แปลข้อมูลของช่วงเวลาแบบเรียลไทม์
  • หลอดไฟ LED สีส้มและสีส้มปนขาวอย่างละ 3 ดวง จะทำงานควบคู่กันเพื่อจำลองอุณหภูมิของแสงสว่างในแต่ละช่วงเวลาให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด

ราคาเริ่มต้น:โคมไฟแบบตั้งโต๊ะ (สีขาว/สีเงิน) 19,900 บาท และโคมไฟแบบตั้งพื้น (สีขาว/สีเงิน) 28,900 บาท

เทคโนโลยีในบ้านก็ฉลาดและยกระดับคุณภาพชีวิตได้เช่นกัน

สังเกตได้ว่า Dyson นำเทคโนโลยีอัฉจริยะเข้ามาใช้กับผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมด เช่น ระบบอัลกอริทึม เซนเซอร์ และเป็นไปได้ว่าเราจะเห็นผลิตภัณฑ์ของ Dyson พัฒนาไปในทิศทางนี้มากขึ้นในอนาคต Kevin Grant หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ Floorcare ได้ยกตัวอย่างว่า Dyson V11 ก็มีโหมดอัตโนมัติหรือ Auto เข้ามาช่วยตัดสินใจแทนผู้ใช้งาน ต่อไปเราไม่จำเป็นต้องตัดสินใจหรือกังวล เพราะระบบอัลกอริทึมจะช่วยวิเคราะห์และคาดการณ์ล่วงหน้าเพื่อทำงานได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

“เรามีศูนย์วิจัย R&D ในสิงคโปร์ มาเลเซีย และลอนดอน ซึ่งใช้งบประมาณการลงทุนในงานวิจัยพัฒนา มูลค่า 8,000 ล้านปอนด์/สัปดาห์ และคิดค้นตลอดเวลาว่าจะนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้กับผลิตภัณฑ์อย่างไร ปัจจุบันเรามีโปรเจ็กต์ที่กำลังดำเนินอยู่ 200 โปรเจ็กต์ ตั้งแต่ไอเดียไปจนถึงการผลิต เรายังมี 40 โปรเจ็กต์และงานวิจัยนอก Dyson ที่ทำร่วมกับสถาบันการศึกษาและมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรอีกด้วย มีสิ่งมากมายที่กำลังเกิดขึ้น”

“นอกจากนี้เรายังลงทุน 2,500 ล้านปอนด์ เพื่อที่จะคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่ได้มีแค่ในปัจจุบัน แต่สำหรับอนาคตในอีก 20-25 ปีข้างหน้า เช่น Machine Learning, AI, ระบบเก็บพลังงาน และดิจิทัลมอเตอร์รุ่นใหม่ แต่ผมยังบอกไม่ได้หรอกครับว่ามีอะไรบ้าง (หัวเราะ) เราเริ่มมองอนาคตมาสักพักแล้ว คุณจะเห็นว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นของ Dyson มีระบบกล้อง เซนเซอร์ มีแอปพลิเคชันที่ทำงานเชื่อมต่อกับผลิตภัณฑ์และส่งฟีดแบ็กลูกค้ามาให้เรา แต่ที่สำคัญเราต้องคิดหาทางว่าจะนำเทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไรด้วย จุดประสงค์ของเราไม่ใช่การบอกว่ามีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า แต่มันจะต้องต่อยอดเข้ากับชีวิตประจำวันและทำให้คุณภาพชีวิตของคนดีขึ้นด้วย”

Comments