Smart Home อาจทำให้เราตกเป็นเหยื่อในบ้านของตัวเอง

เทคโนโลยีสมาร์ทโฮมที่ช่วยให้เราสามารถควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้านได้แม้ว่าเราจะอยู่ในอีกซีกโลกเป็นสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้เจ้าของบ้าน แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อสิ่งนี้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการแอบติดตาม คุกคาม และข่มขู่ผู้อาศัยอยู่ในบ้าน

Tech abuse การใช้เทคโนโลยีละเมิดผู้อื่น

Tech abuse คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อสอดส่อง ติดตาม ควบคุม และละเมิดบุคคลอื่น อาจจะมาในรูปแบบของการโทรศัพท์​ ส่งข้อความ วิดีโอคอลล์ อีเมล หรือเข้าถึงบัญชีส่วนตัวของเหยื่อ ซึ่งปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่และอยู่คู่กับการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีมาแล้วทุกรูปแบบ แต่เมื่อเทคโนโลยีทันสมัยขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ก็เป็นการเปิดโอกาสให้การใช้เทคโนโลยีในการละเมิดผู้อื่นทำได้อย่างรวดเร็ว เจาะลึก และรุนแรงกว่าเดิม

เมื่อบ้านไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย

เว็บไซต์ CBC รายงานถึงเรื่องราวของ Ferial Nijem เหยื่อของการถูกละเมิดด้วยการใช้เทคโนโลยีจากฝีมืออดีตคนรักของเธอ Nijem เล่าให้ฟังว่าเมื่อมองย้อนกลับไปเธอก็เพิ่งจะตระหนักว่าแฟนเก่ามีพฤติกรรมที่ผิดปกติ เขามักจะตรวจสอบสถานที่ๆ เธออยู่ด้วยการส่งข้อความไปหา หรือใช้ FaceTime ในการวิดีโอคอลล์เพื่อดูว่าเธออยู่ที่ไหน และจะขอคุยกับคนข้างๆ เธอเสมอ

เรื่องราวเริ่มเลวร้ายลงหลังจากที่เขาเปลี่ยนให้บ้านที่ทั้งคู่อาศัยอยู่ด้วยกันกลายเป็นสมาร์ทโฮมซึ่งทุกอย่างสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและติดตั้งเซ็นเซอร์กับระบบอัตโนมัติต่างๆ เอาไว้ภายในบ้าน ระบบนี้ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถควบคุมไฟ ระบบปรับอากาศ เครื่องทำความร้อน ระบบเสียง ม่าน และกล้องวงจรปิดต่างๆ ภายในบ้านได้ผ่านทางแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อื่นๆ

แต่มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่สามารถควบคุมระบบต่างๆ เหล่านั้นได้

ไม่เคยรอดพ้นสายตา

นับตั้งแต่นั้นมา คนรักเก่าของ Nijem ก็เป็นผู้ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างภายในบ้าน เขาใช้กล้องวงจรปิดในการสอดส่องเธอตลอดเวลาแม้ว่าตัวเขาเองจะอยู่ห่างไกลออกไปก็ตาม และถึงแม้ว่าจะมีช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปถึงจุดตึงเครียดจนต้องแยกกันอยู่ เขาก็ยังคอยสอดส่องเธอผ่านระบบนี้อยู่เสมอ ไม่เพียงแค่นั้นเขายังใช้ระบบอัตโนมัติเหล่านี้ในการทรมานเธอ เช่น ในตอนกลางดึกเขาจะปลุกเธอให้สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยการสั่งเปิดระบบเสียงให้เพลงแผดกระหึ่มก้องไปทั้งบ้าน เปิด-ปิดสวิตช์ไฟ เปิด-ปิดโทรทัศน์ และปรับเครื่องทำความร้อนให้อุณหภูมิสูงจนเกินจะทน Nijem บอกว่าบรรยากาศเหมือนอยู่ในบ้านผีสิงไม่มีผิดเพี้ยน

ระบบภายในบ้านทั้งหมดถูกตั้งค่ามาให้เขาเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถเข้าควบคุมได้ ซึ่งการจะปิดระบบทั้งหมดก็หมายความว่าจะต้องชัตดาวน์บ้านทั้งหลังไปเลย ผลจากการถูกละเมิดภายในบ้านของตัวเองทำให้เธอเกิดอาการหวาดกลัวและหวาดวิตก การแจ้งตำรวจก็ไม่ได้เกิดผลอะไรขึ้นมาเนื่องจากเขามีชื่อเป็นเจ้าของบ้านแต่เพียงผู้เดียว จนในที่สุดเธอต้องหนีไปขอพักอาศัยที่สถานสงเคราะห์สำหรับผู้หญิงและในตอนนี้เธอก็ทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆ ในการช่วยเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวด้วยการแบ่งปันเรื่องราวของเธอให้คนอื่นๆ ได้ฟัง

ละเมิดเหมือนเดิม ที่เพิ่มมาคือวิธีใหม่ๆ

Nijem ไม่ได้เป็นคนเดียวที่ถูกละเมิดด้วยการใช้เทคโนโลยี นอกเหนือจากเรื่องราวที่เธอเล่ามาแล้ว เหยื่อรายอื่นๆ ก็ถูกละเมิดด้วยเทคโนโลยีในแบบเดียวกันด้วยวิธีที่แตกต่างกัน เช่น ผู้หญิงคนหนึ่งเปิดเครื่องปรับอากาศ​แต่แล้วจู่ๆ มันก็ปิดเองโดยที่เธอไม่ได้ทำอะไร อีกคนเล่าว่ารหัสผ่านของล็อคดิจิทัลที่ประตูบ้านเปลี่ยนเป็นรหัสใหม่ทุกวันโดยที่เธอไม่รู้สาเหตุ หรือการที่จู่ๆ กริ่งประตูบ้านก็ดังทั้งที่ไม่มีใครกด ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการขาดความรู้เกี่ยวกับการทำงานของเทคโนโลยีอัจฉริยะทั้งหลาย และไม่รู้ว่าจะหยุดมันได้อย่างไร

ในตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถรวบรวมสถิติได้อย่างชัดเจนว่าเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือละเมิดภายในครอบครัวแล้วมากน้อยแค่ไหนเนื่องจากเทคโนโลยีก็ยังค่อนข้างใหม่ แต่สิ่งที่แน่นอนคือจำนวนบ้านที่ติดตั้งเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมจะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตัวเลขในปี 2017 ระบุว่าในสหรัฐอเมริกา มีบ้านทั้งหมด 29 ล้านหลังที่ติดตั้งเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมอย่างใดอย่างหนึ่งเอาไว้ ขณะที่ราคาของอุปกรณ์สมาร์ทโฮมก็ถูกลง ทำให้เข้าถึงได้มากขึ้น เพียงแค่ใครคนหนึ่งในบ้านที่มีความเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีลุกขึ้นมาติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้และเก็บรหัสผ่านไว้กับตัวคนเดียวก็เสี่ยงที่จะทำให้คนอื่นภายในครอบครัวต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมบ้านของตัวเองได้แล้ว

สถิติระบุว่าเหยื่อส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้หญิง เนื่องจากอุปกรณ์สมาร์ทโฮมมักจะถูกติดตั้งโดยผู้ชาย

แม้ว่าเหยื่อจะสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการดึงปลั๊กออก แต่การทำเช่นนั้นอาจกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงทางกายภาพขึ้นได้

Vantage View

การใช้เทคโนโลยีสมาร์ทโฮมล่วงละเมิดคนในบ้านนับเป็นปัญหาที่ค่อนข้างใหม่และยังไม่มีการกำหนดมาตรการการรับมืออย่างเป็นรูปแบบ ไม่ต้องพูดไปไกลถึงขั้นใช้สมาร์ทโฮมมาล่วงละเมิด แต่แค่คนในบ้านลุกขึ้นมาติดตั้งสมาร์ทโฮมโดยที่คนอื่นภายในบ้านไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบเดียวกันนี้จนไม่สามารถควบคุมสิ่งต่างๆ ภายในบ้านได้ตามความต้องการก็ทำให้เกิดอาการหงุดหงิดอารมณ์เสียได้แล้ว เรามักจะกังวลว่าภัยทางไซเบอร์ ทั้งการถูกดักฟัง การแอบเจาะเข้ามาดูภาพวงจรปิดภายในบ้าน หรือการแฮ้กเพื่อควบคุมระบบภายในบ้านจะเป็นภัยจากฝีมือของคนนอก แต่หลายครั้งที่คนใกล้ตัวเรากลับกลายเป็นภัยที่อันตรายที่สุด

ต่อไปข้างหน้าผู้บังคับใช้กฎหมายจะต้องมีความเข้าใจเรื่องนี้ดีขึ้น และรู้ว่าจะต้องรับมือกับสถานการณ์เมื่อเหยื่อมาขอความช่วยเหลืออย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด สมาชิกภายในบ้านก็จะต้องทำความเข้าใจระบบสมาร์ทโฮม วิธีการควบคุม การตั้งค่า ให้ได้อย่างถี่ถ้วนก่อนจะติดตั้งอุปกรณ์เหล่านั้น ในกรณีเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ขึ้นจะได้สามารถเข้าไปจัดการได้ด้วยตัวเองทันที

Comments
The following two tabs change content below.

Sueching Chin

"ซู่ชิง" จิตต์สุภา ฉิน บรรณาธิการ Vantage. คอลัมนิสต์ ผู้ดำเนินรายการไอที นักจัดพอดแคสต์ ผู้ขับเคลื่อนด้วยโกโกเย็นวันละแก้ว