ก้าวต่อไปของ LINE จะโฟกัสกับ AI และ Blockchain เป็นหลัก

ต่อไปนี้เราอาจจดจำ LINE ในแง่มุมอื่นที่ไม่ใช่แค่แอปพลิเคชั่น Messenger ส่งข้อความหรือสติกเกอร์น่ารักๆ เท่านั้น เพราะ Park Euivin ประธานฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ LINE ประกาศกร้าวในงาน LINE Developer Day ว่านับจากนี้ไปบริษัทจะมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีมาแรงอย่าง AI และ Blockchain เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการทั้งเก่าใหม่

LINE Developer Day ปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “Next LINE” ในสวน Happo-En ใจกลางกรุงโตเกียว แม้จะเป็นงานรวมตัวของเหล่า Developer แต่ก็มีคนจากแวดวงการต่างๆ รวมทั้งสื่อมวลชนต่างชาติตบเท้าเข้ามากันคึกคัก

จะมีอะไรน่าสนใจบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย

  • Clova AI for Everyone

ประเด็นน่าสนใจคือ LINE ตั้งเป้าว่าจะพาเทคโนโลยี AI ไปสู่ผู้ใช้งานทุกคน รวมไปถึงพาร์ทเนอร์ธุรกิจและดีเวลล็อปเปอร์

คำถามคือ ทำไมต้อง ‘ตอนนี้’ และ LINE จะทำได้อย่างไร?

ปัจจุบัน Tech Company ทั่วโลกกำลังขับเคี่ยวกันเป็นผู้นำด้าน AI  เช่น เป็น Google Amazon หรือ Facebook หรือแม้แต่แบรนด์สมาร์ทโฟนสัญชาติจีนก็ทุ่มเม็ดเงินมหาศาลไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ AI ทั้งสิ้น การประกาศวิสัยทัศน์ของ LINE จึงไม่ถึงกับเกินความคาดหมาย แต่ก็มีทิศทางที่น่าจับตาไม่น้อย

  • AI ในบ้าน ออฟฟิศ ไปจนถึงรถยนต์อัจฉริยะ

LINE เคยเปิดตัวระบบ Virtual Assistant หรือผู้ช่วยเสมือนจริง ‘Clova’ และลำโพงอัจฉริยะในปี 2017 เน้นการพัฒนาด้านภาษาธรรมชาติ (NLP) รอบนี้ Clova กลับมาพร้อมกับความสามารถหลากหลายกว่าเดิม เช่น

  • Speech Synthesis
  • Image Recognition/Search ใช้เสิร์ชรูปเสื้อผ้าใกล้เคียงกันบนแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์
  • OCR ใช้ Image Reconigtion แปลงรูปเป็นข้อความ และแปลภาษา ได้
  • Character Effect เปลี่ยนหน้าเราให้เป็นคาแรกเตอร์ไลน์ยอดนิยม CONY ตอน LINE Call
  • Photo2Art แปลงภาพ/วิดีโอเป็นงานศิลปะ
  • NSML แพลตฟอร์ท Cloud Machine Learning

ปัจจุบัน LINE มีพันธมิตรทางธุรกิจใน Clova Ecosystem ราวๆ 92 บริษัท ทำให้ Clova รองรับกิจกรรมในชีวิตประจำวันรอบด้าน ตั้งแต่เรียกแท็กซี่ (Taxi Hailing) เชื่อมต่อกับระบบสมาร์ทโฮม สมาร์ทออฟฟิศ ตู้เย็นอัจฉริยะ ไปจนถึงรถยนต์! เพราะ Clova จะมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวบนรถ ช่วยเช็คข้อความในไลน์ ตอบกลับ เปิดเพลง หรือแม้แต่เปลี่ยนคลื่นวิทยุ โดยไม่ต้องหยิบมือถือ (hand-free interaction)

  • Human Intelligence ความเป็นมนุษย์คือกุญแจสู่การออกแบบประสบการณ์

สิ่งที่ LINE เน้นย้ำบ่อยครั้ง คือ การใส่ความเป็นมนุษย์ในเทคโนโลยี เช่น Clova ที่พูดคุยโต้ตอบกับผู้ใช้แบบธรรมชาติมากขึ้นเรื่ยๆ มีน้ำเสียงและคาแรกเตอร์ เช่นเดียวกับการหยิบคาแรกเตอร์น่ารักของไลน์มาใช้กับ Smart Speaker ทำให้ดูเป็นมิตร คนทั่วไปก็คุ้นเคยและหลงรักอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่เทคโนโลยีด้าน AI จะโดดเด่นด้าน Human Experience ซึ่งเป็นเรื่องที่ Virtual Assitant ของแบรนด์อื่นๆ ยังทำได้ไม่ดีนัก

การอัพเดทความก้าวหน้าด้าน AI และส่งเสริม API ให้ Developer เข้ามาทดลองและใช้งานเทคโนโลยีของ LINE นับว่าน่าสนใจและตอกย้ำว่าผลิตภัณฑ์หลักของ LINE จะขับเคลื่อนด้วย AI (Clova AI-driven product) และตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลมากขึ้น (Personalizing) มีเครื่องมือ Prediction สำหรับภาคธุรกิจ Soonmin Bae ไดเร็กเตอร์ฝ่าย Clova Multimedia จาก NAVER Corp. กล่าวว่า ต่อไปเทคโนโลยี AI ด้านภาพนั้นจะไม่เพียงแค่เข้าใจและแยกแยะภาพ แต่จะสร้าง VDO ได้เอง ส่วนความสามารถด้านภาษาด้วย Deep Learning บวกกับข้อมูลมหาศาลทั้งหมดที่มี

ทั้งนี้ Clova ยังติดปัญหากำแพงด้านภาษาที่ยังไม่รองรับภาษาอังกฤษ และภาษาของประเทศที่เป็นตลาดผู้ใช้ LINE แต่ละภูมิภาค ซึ่ง Park Euivin ประธานฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ LINE ให้สัมภาษณ์ว่าตระหนักอุปสรรคดังกล่าวและพยายามพัฒนาบนพื้นฐานความต้องการของตลาด และให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้าเป็นอันดับแรก ในทางกลับกันก็ทำให้ LINE ขยับตัวช้า เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยีของจีน

ถือเป็นโจทย์สุดหินที่ LINE ต้องแก้ให้ได้ ไม่อย่างนั้น Clova ก็ไม่อาจบรรลุเป้าหมายที่จะเป็นเทคโนโลยี AI สำหรับ ‘ทุกคน’ อย่างแท้จริง

  1. Token Economy

อีกประเด็นใหญ่ที่น่าสนใจ คือ LINE จะมุ่งสู่ Token Economy เพราะมองว่า Blockchain คืออนาคตแน่นอน โดยพัฒนา LINK Chain เพื่อให้บริการคนทั่วไป นักพัฒนาแอปฯ และพาร์ทเนอร์ธุรกิจ พร้อมชูจุดเด่นด้านความปลอดภัย (safety) และความโปร่งใส (transparency) ในการทำธุรกรรม ที่ขาดไม่ได้คือ ต้องสเกลได้ (scalability)

หลายๆ คนน่าจะคุ้นเคยกับเหรียญเงินดิจิทัลหรือ LINE Token ในรูปแบบเหรียญสำหรับซื้อสติ๊กเกอร์ แต่ Token Economy ของ LINE จะรองรับการทำธุรกรรม การสะสมคะแนนแลกซื้อ และแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ แทนเงินสด ทุกคนบน LINK Chain มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลและตรวจสอบความโปร่งใสของการทำธุรกรรมได้ รวมไปถึงติดตาม (Tracking) การโจรกรรมข้อมูลตั้งแต่ต้นทาง เพราะบล็อกเชนจัดเป็นเทคโนโลยีที่เก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ประเภทหนึ่ง (Distributed Ledger Technology) และตัดบทบาทตัวกลางไป (Decentralized System) ซึ่งมักก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นหรือแพงเกินควร

LINK Chain ยังเปิดพื้นที่ให้ Developer เข้ามาพัฒนาแอปฯ เรียกว่า dApps เช่น LINK Scan ที่รองรับการทำสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract)

Vantage View

ทั้งหมดนี้เรียกได้ว่าเป็นสิ่งไม่เก่าไม่ใหม่ แต่ก็เป็นการขยับตัวที่น่าจับตามองและดูมีอนาคตไกลสำหรับธุรกิจที่เติบโตจากแอปฯ Messenger และ LINE ก็ขยันแตกไลน์ธุรกิจจนเกิดระบบนิเวศที่ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่ง ทั้งยังวางแผนเจาะตลาดโลคัลได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะในประเทศไทย เช่น LINE Man และ LINE Today

เหลือแค่ว่าวิสัยทัศน์และความพยายามทั้งหมดของ LINE จะตอบสนองความต้องการของตลาดภูมิภาคอื่นๆ ได้มากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง

Comments